นี่เป็นความคิดเห็นจากมุมมองหนึ่งจากนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ !
ตัวแคทเองก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนค่ะ มีเพื่อนและรุ่นพี่หลายคนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาล
รวมถึงญาติๆ ที่เรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติด้วยค่ะ เอนทรีย์นี้จะมาสรุปข้อดีข้อเสีย
ของโรงเรียนแต่ละอย่างกัน
พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนคงอยากให้บุตรหลายเรียนโรงเรียนดีๆ ยิ่งถ้าเด้กคนนั้นเก่ง
สามารถเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ผู้ปกครองก็จะมีของมาแลกหรือตอบแทน
อาทิเช่นเมื่อเย็นนี้เจอสดๆ เลยว่าถ้าสอบติดเตรียมจะซื้อไอพอดให้ orzll
เพราะท่านผู้ปกครองเหล่านั้นจะมองว่าการทีบุตรหลายนั้นอยู่โรงเรียน
รัฐบาลจะสามารถพูดคุยกับคนอื่นมีภาษีได้ดีกว่าโรงเรียนเอกชน
แต่ถ้ามองจากอีกฝั่งจากโรงเรียนนานาชาติถ้าบอกว่าบุตรหลานตนอยู่โรงเรียนนานาชาติ
ซึ่งได้ขึ้นชื่อแล้วแน่นอนว่าค่าเทอมก็ย่อมแพงหูฉี่อยู่พอสมควร (เอกชนบางที่ก็เทียบได้)
เพราะฉะนั้นก็จะบอกถึงฐานะทางบ้านได้ว่ามีอันจะกินเท่าไร
ดังนั้นโรงเรียนเอกชน (ภาคที่เรียนกันธรรมดาเป็นภาษาไทยหรือไม่ก็ EP)
ก็จะเป็นตัวกึ่งกลางระหว่างสองประเภทนี้ ส่วนตัวแล้ว
แคทคิดว่าทุกอย่างต่างมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันอยู่แล้ว
อย่างโรงเรียนรัฐบาล ยิ่งเป็นโรงเรียนที่ดังเท่าไร มีชื่อเสียงเท่าไร
การจะสอบเข้า การแข่งขันยิ่งทวีคุณขึ้นไป สังคมเพื่อนๆ ก็จะแตกต่างกันออกไป
เคยมีครูคนหนึ่งที่ปัจจุบันสอนที่สอนที่โรงเรียนแคทเคยสอนโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังมาก่อน
ก็บอกว่าเด็กที่สอบได้มักคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีครู ไม่ต้องสอน เพราะไปเรียนพิเศษได้
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นอย่างนั้ คนที่เคารพครูบาอาจารย์ก็ยังมีกันอยู่
โรงเรียนเอกชนอย่างเช่นโรงเรียนคริสต์ ก็จะได้เรื่องของภาษาอังกฤษได้มากกว่าโรงเรียนรัฐบาล
แต่ก็จะยังสู้นานาชาติไม่ได้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้นัก อาจจะ ฟัง อ่าน เขียนได้มากกว่าพูด
สังคมก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง บางโรงเรียนถ้ามีกฏระเบียบที่เคร่งครัด เด็กที่จบออกมาก็มีภาษีดีกว่า
แต่บางโรงเรียนก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งคนละโลกไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นในตรงส่วนนี้
แคทคิดว่ามันมีคนหลายประเภทมากๆ ทั้งจากรัฐบาลและนานาชาติมาผสมกันอยู่
ส่วนโรงเรียนนานาชาตินั้นแคทก็ไม่ได้คลุกคลีอะไรมากนัก แต่เท่าที่เห็นคือเรื่องวัฒนธรรมบางอย่าง
อย่างเช่นเดินไปหาครูที่นั่งอยู่ยืนค้ำหัวก่อนแล้วไหว้ย่อ = =a
แคทไม่รู้ว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นไงนะ แต่แคทเห็นของโรงเรียนน้องมันเป็นอย่างนี้ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน
เพราะที่แคทปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กคือต้องคลานเข่าเข้าไปแล้วค่อยกราบ
แต่ก็ไม่เคยได้ทำหรอก =3=''
ยิ่งเรื่องภาษาไทยยิ่งแล้วใหญ่ น้องแคทอยู่เกรดห้าแล้วลายมืออย่างกับเด็กป. สอง
เห็นแล้วอยากเอาสมุดคัดลายมือไปให้จริงๆ บางโรงเรียนเขามีสอนภาษาไทยให้ก็ยังดี
แต่บางที่เด็กฟังได้พูดได้ แต่อ่าน เขียนไม่ได้เลย น้องอีกคนเกรดสามต้องค่อยๆ สะกด
ถึงจะอ่านได้ เทียบกับน้องสาวที่เรียนโรงเรียนเดียวกับแคทแล้วอายุเท่ากับแต่คนละเรื่อง
แต่ต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษ พวกเรายังไม่สามารถพูดได้กระหน่ำอย่างพวกเขา
แต่ที่แคทอึ้งกว่าก็คือน้องมันมาพูดว่า
"เจ้แคทอ่านภาษาอังกฤษออกด้วยเหรอ"
เฮ้ย! ตูยังไม่ถึงขนาดนั้นเว้ย ถึงไม่ได้เรียนนานาชาติก็ไม่ใช่ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านไม่ออกนะเว้ย
เจอคำถามนี้ไปอึ้งลูกเดียว
สรุป
โรงเรียนรัฐบาล
- ค่าเทอมถูก เด็กเกก็เยอะ
- เด็กเรียนเยอะ เด็กเก่งเยอะ
- การแข่งขันสูง การบ้านเยอะ
- ความกดดันมาก
- ต้องเรียนพิเศษเพิ่มทุกวิชาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษถ้าคิดจะพูดให้ได้ดีๆ
(ตั้งแต่ข้อสองถึงข้อสี่อาจจะเป็นเฉพาะโรงเรียนที่ดังๆ มั้ง)
โรงเรียนเอกชน
- ค่าเทอมกลางๆ ถึง แพงๆ
- มีทั้งเด็กเรียน ทั้งเด็กเก ทั้งคุณหนู
- ถ้าเป็นโรงเรียนหญิงล้วนมักจับตัวกันเป็นกลุ่มๆ
- ได้เรื่องภาษาดีกว่ารัฐบาล เช่น ภาษาอังกฤษ (ยิ่งมากวิชาการบ้านยิ่งทับตาย)
- วิทย์-คณิตอ่อน ต้องเรียนเสริม และอีกหลายๆ วิชาสำหรับบางคน ดีกว่านานาชาติตรงภาษาไทย
โรงเรียนนานาชาติ
- ค่าเทอมโหด คนเงินไม่ถึงเรียนแค่เงินเอิ้อก็พอค่ะ T^T
- ลูกคนรวยเยอะมวากกกก แต่จะเจอแบบไหน ก็ไม่อาจทราบ
- เวลาว่างดูจะเยอะกว่า ยูนิฟอร์มเจ๋งกว่าสองโรงเรียนแรกอย่างเห็นได้ชัด
- ภาษาไทยอ่อนแอมากกกกกกกกกกกกกกก การบ้านน้อยกว่าสองโรงเรียนแรก
- จากข้อข้างบนทำให้ต้องเรียนเสริมภาษาไทยถ้าคุณยังเป็นคนไทย และยังต้องอาศัยในเมืองไทย
และจากข้อข้างบนนั่นไม่ใช่แค่เด็กนานาชาติต้องทำ มันเป็นสามัญสำนึกของคนไทย ภาษาไทยดีๆ มีไม่ใช้
ไม่ใช่ว่าต่อต้านการใช้ภาษาวิบัติมากมายอะไรนัก อาจจะมีใช้เพื่อเขียนให้ได้อารมณ์อันนี้พอว่า
แต่เล่นมาทั้งยวง จะใช้ข้ออ้างไม่ได้เรียนภาษาไทยไม่ได้ ถ้าคุณยังเป็นคนไทยอยู่อ่านะ
ทั้งนี้ข้อคิดเห็นข้างบนก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคลค่ะ อาจจะผิดไปจากความจริงอย่างไรก็ประทานโทษด้วยเด้อ
ปอลอลิง. ถ้าอยากเรียนนานาชาติมากและเงินเอื้ออำนวยพอแคทว่าเรียนเอกชนตอนช่วงประถมไปก่อนเอาภาษาไทยก็ดีนะคะ:P
เจอกันเอนทรีย์หน้าค่ะ
edit @ 15 Apr 2011 00:55:21 by Nakiiz