“2011 Jang Keun Suk Asia Tour The Cri Show Thailand”
 
อยากไป
 
อยากไป
 
อยากไป
 
อยากไป !!!!
 
รอมาตั้งแต่เมษา ตกข่าวไม่ได้จองรอบพรี แต่แบบ เฮ้ยยยย
ทำไมตูมารู้วันนี้ วันนี้มันวันสุดท้าย แถมยังอีกไม่กี่นาทีปิด
กรูจาไปโอนตอนหนายย T^T
 
 
 
ค่าบัตรก็ลากเลือดซะ T[]T ตรูจะไปหาเงินจากไหนนน
 
อาเมนขอให้พี่ไปด้วย,
สาธุขอให้มีตังและป๊าอนุญาติให้ไป !! >/\<

CG ♥ Wood Girl

posted on 04 May 2011 21:09 by nakiiz
 
ว่าแล้วก็มาอัพเกรียนกันดีกว่า =v=
วันนี้เพิ่งวาดรูปเสร็จ มาดๆ เลย
มาดูกันดีก่า
 
 
 
...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.....
 
 
 
 
 
 
ความจริงแล้วเคยวาดรูปแนวนี้มารูปหนึ่ง ตอนปีที่แล้ว
รูปแรกที่เข้าชมรมไป ก็คือรูปนี้
 
 
 
 
ความจริงแล้วมันคือรูปที่ขี้เกียจวาดเสื้อผ้าและหน้าตานั่นเอง =3=
รูปใหม่จะดีกว่ารูปเก่าเรื่องคอ
อนาโตมี่ยังคงเป็นอนาโตมั่วเหมือนเดิม OTL
 
 
 
ช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว >w<
จะได้อยู่ห้องอะไรว้าา จะได้อยู่กับเพื่อนคนเดิมไหม
 
ช่วงนี้ติดอนิเมเรื่อง Letter Bee กอซคุงหล่อมากกกกกกกกกกกก
แล็กก็โชตะมากกกกกก อยากดูภาครีเวิร์สใจจะขาดแต่หาดูมิได้ T^T
 
 

edit @ 4 May 2011 21:23:58 by Nakiiz

 
 
นี่เป็นความคิดเห็นจากมุมมองหนึ่งจากนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ !
 
 
ตัวแคทเองก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนค่ะ มีเพื่อนและรุ่นพี่หลายคนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาล
รวมถึงญาติๆ ที่เรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติด้วยค่ะ เอนทรีย์นี้จะมาสรุปข้อดีข้อเสีย
ของโรงเรียนแต่ละอย่างกัน
 
พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนคงอยากให้บุตรหลายเรียนโรงเรียนดีๆ ยิ่งถ้าเด้กคนนั้นเก่ง
สามารถเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ ผู้ปกครองก็จะมีของมาแลกหรือตอบแทน
อาทิเช่นเมื่อเย็นนี้เจอสดๆ เลยว่าถ้าสอบติดเตรียมจะซื้อไอพอดให้ orzll
เพราะท่านผู้ปกครองเหล่านั้นจะมองว่าการทีบุตรหลายนั้นอยู่โรงเรียน
รัฐบาลจะสามารถพูดคุยกับคนอื่นมีภาษีได้ดีกว่าโรงเรียนเอกชน
 
แต่ถ้ามองจากอีกฝั่งจากโรงเรียนนานาชาติถ้าบอกว่าบุตรหลานตนอยู่โรงเรียนนานาชาติ
ซึ่งได้ขึ้นชื่อแล้วแน่นอนว่าค่าเทอมก็ย่อมแพงหูฉี่อยู่พอสมควร (เอกชนบางที่ก็เทียบได้)
เพราะฉะนั้นก็จะบอกถึงฐานะทางบ้านได้ว่ามีอันจะกินเท่าไร
 
ดังนั้นโรงเรียนเอกชน (ภาคที่เรียนกันธรรมดาเป็นภาษาไทยหรือไม่ก็ EP)
ก็จะเป็นตัวกึ่งกลางระหว่างสองประเภทนี้ ส่วนตัวแล้ว
แคทคิดว่าทุกอย่างต่างมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันอยู่แล้ว
 
อย่างโรงเรียนรัฐบาล ยิ่งเป็นโรงเรียนที่ดังเท่าไร มีชื่อเสียงเท่าไร
การจะสอบเข้า การแข่งขันยิ่งทวีคุณขึ้นไป สังคมเพื่อนๆ ก็จะแตกต่างกันออกไป
เคยมีครูคนหนึ่งที่ปัจจุบันสอนที่สอนที่โรงเรียนแคทเคยสอนโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังมาก่อน
ก็บอกว่าเด็กที่สอบได้มักคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีครู ไม่ต้องสอน เพราะไปเรียนพิเศษได้
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นอย่างนั้ คนที่เคารพครูบาอาจารย์ก็ยังมีกันอยู่
 
โรงเรียนเอกชนอย่างเช่นโรงเรียนคริสต์ ก็จะได้เรื่องของภาษาอังกฤษได้มากกว่าโรงเรียนรัฐบาล
แต่ก็จะยังสู้นานาชาติไม่ได้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้นัก อาจจะ ฟัง อ่าน เขียนได้มากกว่าพูด
สังคมก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง บางโรงเรียนถ้ามีกฏระเบียบที่เคร่งครัด เด็กที่จบออกมาก็มีภาษีดีกว่า
แต่บางโรงเรียนก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งคนละโลกไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นในตรงส่วนนี้
แคทคิดว่ามันมีคนหลายประเภทมากๆ ทั้งจากรัฐบาลและนานาชาติมาผสมกันอยู่
 
ส่วนโรงเรียนนานาชาตินั้นแคทก็ไม่ได้คลุกคลีอะไรมากนัก แต่เท่าที่เห็นคือเรื่องวัฒนธรรมบางอย่าง
อย่างเช่นเดินไปหาครูที่นั่งอยู่ยืนค้ำหัวก่อนแล้วไหว้ย่อ = =a
แคทไม่รู้ว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นไงนะ แต่แคทเห็นของโรงเรียนน้องมันเป็นอย่างนี้ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน
เพราะที่แคทปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กคือต้องคลานเข่าเข้าไปแล้วค่อยกราบ
แต่ก็ไม่เคยได้ทำหรอก =3=''
ยิ่งเรื่องภาษาไทยยิ่งแล้วใหญ่ น้องแคทอยู่เกรดห้าแล้วลายมืออย่างกับเด็กป. สอง
เห็นแล้วอยากเอาสมุดคัดลายมือไปให้จริงๆ บางโรงเรียนเขามีสอนภาษาไทยให้ก็ยังดี
แต่บางที่เด็กฟังได้พูดได้ แต่อ่าน เขียนไม่ได้เลย น้องอีกคนเกรดสามต้องค่อยๆ สะกด
ถึงจะอ่านได้ เทียบกับน้องสาวที่เรียนโรงเรียนเดียวกับแคทแล้วอายุเท่ากับแต่คนละเรื่อง
แต่ต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษ พวกเรายังไม่สามารถพูดได้กระหน่ำอย่างพวกเขา
แต่ที่แคทอึ้งกว่าก็คือน้องมันมาพูดว่า

"เจ้แคทอ่านภาษาอังกฤษออกด้วยเหรอ"
 
เฮ้ย! ตูยังไม่ถึงขนาดนั้นเว้ย ถึงไม่ได้เรียนนานาชาติก็ไม่ใช่ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านไม่ออกนะเว้ย
เจอคำถามนี้ไปอึ้งลูกเดียว
 
สรุป
โรงเรียนรัฐบาล
- ค่าเทอมถูก  เด็กเกก็เยอะ
- เด็กเรียนเยอะ เด็กเก่งเยอะ
- การแข่งขันสูง การบ้านเยอะ
- ความกดดันมาก
- ต้องเรียนพิเศษเพิ่มทุกวิชาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษถ้าคิดจะพูดให้ได้ดีๆ
(ตั้งแต่ข้อสองถึงข้อสี่อาจจะเป็นเฉพาะโรงเรียนที่ดังๆ มั้ง)
 
โรงเรียนเอกชน
- ค่าเทอมกลางๆ ถึง แพงๆ
- มีทั้งเด็กเรียน ทั้งเด็กเก ทั้งคุณหนู
- ถ้าเป็นโรงเรียนหญิงล้วนมักจับตัวกันเป็นกลุ่มๆ
- ได้เรื่องภาษาดีกว่ารัฐบาล เช่น ภาษาอังกฤษ (ยิ่งมากวิชาการบ้านยิ่งทับตาย)
- วิทย์-คณิตอ่อน ต้องเรียนเสริม และอีกหลายๆ วิชาสำหรับบางคน ดีกว่านานาชาติตรงภาษาไทย
 
โรงเรียนนานาชาติ
- ค่าเทอมโหด คนเงินไม่ถึงเรียนแค่เงินเอิ้อก็พอค่ะ T^T
- ลูกคนรวยเยอะมวากกกก แต่จะเจอแบบไหน ก็ไม่อาจทราบ
- เวลาว่างดูจะเยอะกว่า ยูนิฟอร์มเจ๋งกว่าสองโรงเรียนแรกอย่างเห็นได้ชัด
- ภาษาไทยอ่อนแอมากกกกกกกกกกกกกกก การบ้านน้อยกว่าสองโรงเรียนแรก
- จากข้อข้างบนทำให้ต้องเรียนเสริมภาษาไทยถ้าคุณยังเป็นคนไทย และยังต้องอาศัยในเมืองไทย
 
และจากข้อข้างบนนั่นไม่ใช่แค่เด็กนานาชาติต้องทำ มันเป็นสามัญสำนึกของคนไทย ภาษาไทยดีๆ มีไม่ใช้
ไม่ใช่ว่าต่อต้านการใช้ภาษาวิบัติมากมายอะไรนัก อาจจะมีใช้เพื่อเขียนให้ได้อารมณ์อันนี้พอว่า
แต่เล่นมาทั้งยวง จะใช้ข้ออ้างไม่ได้เรียนภาษาไทยไม่ได้ ถ้าคุณยังเป็นคนไทยอยู่อ่านะ
 
ทั้งนี้ข้อคิดเห็นข้างบนก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคลค่ะ อาจจะผิดไปจากความจริงอย่างไรก็ประทานโทษด้วยเด้อ
 
ปอลอลิง. ถ้าอยากเรียนนานาชาติมากและเงินเอื้ออำนวยพอแคทว่าเรียนเอกชนตอนช่วงประถมไปก่อนเอาภาษาไทยก็ดีนะคะ:P
 
เจอกันเอนทรีย์หน้าค่ะ

 

edit @ 15 Apr 2011 00:55:21 by Nakiiz

ในที่สุดรูปนี้ก็ "เกือบ" จะเสร็จ
แต่ความจริงก็คือมันยังไม่เสร็จ orz''
 
ตอนนี้เหลืออีกคือลงสีเก็บรายละเอียดชุด
ซึ่งต้องถึกอีกแล้ว ตอนตัดเส้นก็ถึก กระโปรงมันจะดีเทลอะไรนักหนา
(ได้ข่าวว่าแกวาดเองนี่ = =)
 
รูปนี้คือการนำของเก่ามารียูส แต่มาแค่โครงหน้าอย่างเดียว
นอกนั้นวาดใหม่หมดงั้นมาดูความคืบหน้าก่อนละกัน
 
 
โอ้วว ภาพเหลืองอร่าม ปกติไม่ค่อยลงสีโทนนี้
มันเหลืองมาก T T
ขอไม่ลงรูปขยายใหญ่เพราะยังไม่เรียบร้อย
ถ้าเก็บรายละเอียดเสร็จเมื่อไรจะเอามารายงานอีกรอบ =v=
 
แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าการเก็บดีเทลก็คือพื้นหลัง
คิดไม่ออกวร้อยยยยยยยยยยยย orz''
ซากุระ? ในวัง? หิมะ?
โอ้ววว จะเลือกอันไหนดีฟร้าาา
 
ลืมไปขอกลับมาหน่อย
 
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ

สาดกันให้เมามัน ไม่ได้วาดรูปมาสาดกับเขาด้วยเพราะขี้เกียจ = =
ขอให้ทุกคนจากนี้ไปเงินเข้ากระเป๋าเยอะๆ และคิดอะไรให้สมพรปรารถทุกข้อด้วยกร๊าบบ
เรื่องไหนไม่ดีทิ้งมันไป เรื่องดีๆ ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำ
อย่าให้อะไรๆ มาทำร้ายนะตัว >3<


edit @ 13 Apr 2011 20:46:29 by Nakiiz

edit @ 13 Apr 2011 21:45:40 by Nakiiz

edit @ 13 Apr 2011 21:52:11 by Nakiiz

First time in EXTEEN !

posted on 03 Jan 2010 18:58 by nakiiz
หลังจากสมัครไว้เมื่อนานมาแล้ว
หลังจากได้ดองอันนี้ไว้นานพอสมควร
ณ บัดนี้ถึงฤกษ์งามยามดี
ข้าพเจ้าขอเปิดบล็อคนี้อย่างเป็นทางการ !
 
 
ว่าไปนั่น = =*
ไม่รู้วันนี้เกิดคึกอะไรอยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาแต่งบล็อคซะงั้น
นั่งจ้องคิดเฮด งืม... กว่าจะหาวิธีอัพได้โง่มาพอสมควรเหมือนกัน
แล้วก็ธีมหลักก็ขอยืมมาจากผู้ใจดีที่ทำบล็อคแจกเอาไว้
ท่าน rije นั่นเอง
ต้องบอกก่อนนิดนึงว่าทำเฮดมาแล้วไม่ดูตาม้าตาเรือมันปรับไซส์ไม่ได้
แฟลชมันเกรียน - -* เลยต้องลบรูปเครดิตด้านบนไปนิดนุง
เลยขอยกมาใส่ไว้ในนี้เลยละกัน
 
ขอแนะนำตัวเลยละกัน ชื่อเล่นจริงๆ ว่า "แคท"
เป็นชะนีตัวน้อยๆ ตัวนึง ซึ่งตอนนี้ผันมาเป็นซาลาเปาใส่เนื้อ(คน)กลิ้งไป
กลิ้งมาตามบล็อค และงานหนังสือ
โอซีว่า NakiiZ จะอ่านว่านากิส(พายุที่เคยถล่อฟิลิปปินส์)
หรือนากิ(แปลว่าควาามเศร้าโศกน้ำตา หรืออะไรก็ตามที่มันลบๆ ในภาษาญี่ปุ่น)ก็ตามใจ
แต่ความจริงแล้วมันมาจากพยางค์แรกของนามสกุลแล้วมาเติม i นั่นเอง
ส่วนวันเกิดก็วันเดียวกับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ส่วนปีหน้าก็จะได้ทำบัตรประชาชน
ตอนนี้อายุเท่าไรคำนวนกันเอาละกัน ^3^
 
เป็นคนผีเข้าผีออกเดี๋ยวอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย
แต่สิ่งอื่นใดไม่เท่ากับการวาดรูปที่อยู่ๆ เปลี่ยนแนวไปมาได้อย่างน่าตาเฉย
แล้วเอนทรี่หน้าจะเอารูปงามๆ ที่นั่งทำ (+อู้และอะไรอีกหลายๆ อย่าง)
มาร่วมสองอาทิตย์ (อาจจะบวกเวลาดองเพิ่มก็ไม่รู้นะ - -*)
 
เจอกันเอนทรี่หน้ากั๊บ >3<


edit @ 12 Apr 2011 23:34:05 by Nakiiz

Recommend

    Categories



      ShoutMix chat widget